แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โควิด-19 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563

thumbnail

โควิด-19: ปล่อยให้ “ติดเชื้อ” ช่วยป้องกันไวรัสได้จริงหรือ?

ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 รัฐบาลอังกฤษเสนอแนวทางให้คน “ติดเชื้อ” ให้เพียงพอแก่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันโรค” วิธีนี้คืออะไร ได้ผลแค่ไหน และมีอันตรายหรือไม่?


“ติดเชื้อ” เพื่อสร้าง “ภูมิคุ้มกัน”

ข้อมูลจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ระบุว่า Herd Immunity (Community Immunity) ความต้านทานโรคของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากความต้านทานของประชากรกลุ่มใหญ่ ทุกๆ คนไม่จําเป็นต้องได้รับวัคซีนที่จะหยุดการแพร่เชื้อของโรคใดโรคหนึ่ง นั่นหมายถึงประชากรทุกคนไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนในการขจัดโรคนั่นเอง


ฉีดวัคซีนบางคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้อีกหลายคน

โดยหลักการทั่วไปการให้วัคซีนนั้น มีวัตถุประสงค์หลักคือ เป็นการป้องกันบุคคลที่ได้รับวัคซีนต่อโรค ชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยการเพิ่มภูมิคุ้มกันขึ้นในบุคคลนั้นโดยตรง นอกเหนือจากผลโดยตรงจากวัคซีนนี้แล้ว วัคซีนยังสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันในกลุ่มประชากร (Community หรือ Herd immunity) ได้ด้วย โดยการเพิ่มอัตราส่วนของประชากรที่มีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อนั้น และทําให้มีการแพร่เชื้อโรคลดลง ทําให้การเป็นโรคลดลง แม้กระทั่งกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือมีข้อห้ามของการรับวัคซีน ก็จะได้รับผลทางอ้อมนี้เช่นกัน ทําให้มีการเกิดโรคลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดเชื้อที่มีการแพร่จากคนสู่คน และคนเป็นแหล่งสําคัญของเชื้อโรคนั้น ซึ่งผลทางอ้อมของการให้วัคซีนนี้เรียกวา Herd Protective/Immunity Effects
ในทางระบาดวิทยาการเพิ่มระดับของ Community Immunity ในกลุ่มประชากรถือเป็นส่วนสําคัญของการ ควบคุมและขจัดโรค โดยที่ไม่จําเป็นต้องให้วัคซีนกับประชากรทุกคน ซึ่งประโยชน์ดังกล่าวนี้สามารถนําไปบริหารจัดการในด้านของการควบคุมโรค และการบริหารจัดการเรื่องการให้วัคซีนต่อไปในระดับประเทศได้


ข้อควรระวังของการสร้าง Herd Immunity

เฟซบุคเพจ Drama-Addict ระบุว่า “(รัฐบาลอังกฤษ)ตั้งเป้าจะให้คนอังกฤษติดเชื้อ 60% คิดเป็นจำนวนประมาณ 40 ล้านคน ซึ่งถ้าดูจากอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้ อาจจะมีคนอังกฤษถึง 1 ล้านชีวิต ที่ต้องตายจากไปในเหตุการณ์นี้ ถ้าจะใช้วิธีนี้จริงๆ และจะมีคนที่ป่วยหนักต้องดูแลในโรงพยาบาลอย่างใกล้ชิดหรืออยู่ใน ICU ราวๆ 8 ล้านคน
“ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ของ WHO (องค์การอนามัยโลก) ก็ออกมาเตือนทางอังกฤษแล้วว่า ขอให้ทบทวนนโยบายนี้ คือหากเป็นเชื้อโรคที่เรารู้จักกันดี วิธีการนี้อาจจะใช้ได้ผล แต่กรณีที่เป็นโรคใหม่หมาด โลกเพิ่งจะรู้จักมัน อย่าง covid-19 ซึ่งข้อมูลที่เรารู้เกี่ยวกับมัน ยังน้อยมาก การใช้วิธีการนี้เป็นอะไรที่เสี่ยงมากเหมือนเล่นกับไฟ ถ้าผิดพลาดไปคือไฟไหม้พังพินาศทั้งหมดได้
“และเขาแนะนำให้ใช้แนวทางแบบประเทศอื่นๆ เขาทำกัน คือหาทางสกัด กักกันโรค หรือชะลอให้ช้าที่สุด ก่อนวิธีรักษาจะสำเร็จ แล้วปกติ Herd Immunity มันไม่ใช่ว่าปล่อยให้ติดเชื้อกันรัวๆ แต่ใช้วิธีฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในประชาชนเอา”
ดังนั้น สำหรับวิธีนี้น่าจะยังไม่เป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ และยังไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับประเทศไทย เพราะหากมีข้อผิดพลาด อาจส่งผลให้เกิดผู้เสียชีวิตจำนวนมาก มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้

thumbnail

เมื่อไรวัคซีนป้องกัน “โควิด-19” จะใช้กับมนุษย์ได้?

เมื่อไรวัคซีนป้องกัน “โควิด-19” จะใช้กับมนุษย์ได้?

มีข่าวว่าทีมแพทย์ และทีมวิจัยของหลายประเทศเริ่มคิดค้นวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือไวรัสโควิด-19 จะเริ่มมีการทดลองกับมนุษย์ในเดือนเมษายนนี้ แต่จะใช้กับคนได้จริงๆ เมื่อไร
มีบริษัทยามากกว่า 35 แห่ง และสถาบันวิจัยทั่วโลกที่กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่คนทั่วโลกกำลังประสบปัญหากันอย่างหนัก อย่างน้อย 4 บริษัทในนี้ได้เริ่มเตรียมทำการทดลองกับสัตว์แล้ว และบริษัทแรกๆ ที่เริ่มทำวัคซีนอย่าง Moderna ในเมืองบอสตัน ประเทศอเมริกา จะเริ่มทำการทดลองในมนุษย์ในเดือนเมษายนนี้
งานวิจัยหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสนี้เริ่มต้นขึ้นจากการระบาดภายในประเทศจีนที่ค้นพบเชื้อไวรัส Sars-CoV-2 ต้นเหตุของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา จึงทำให้หลังจากนั้นบริษัทยา และสถาบันต่างๆ เริ่มต้นทำการวิจัยหาวัคซีนที่จะช่วยหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสอย่างเร่งด่วน


เมื่อไรวัคซีนป้องกัน “โควิด-19” จะใช้กับมนุษย์ได้?

อย่างที่ทราบกันแล้วว่ามีหลายบริษัท และหลายสถาบันที่กำลังทำการวิจัยหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส และหลายที่ก็เริ่มได้มาเป็นชิ้นเป็นอันจนเหลือแค่ขั้นตอนอย่างการทดลองใช้จริง แต่ถึงแม้ว่าตัวอย่างวัคซีนที่สามารถทดลองใช้ได้เร็วที่สุดจะเป็นเดือนเมษายน แต่ รศ. พญ. สิริอร วัชรานานันท์ ให้สัมภาษณ์กับรายการของ RAMA Channel ว่า กว่าแต่ละบริษัทจะเริ่มทำการทดลอง ดูผลที่เกิดขึ้น เก็บข้อมูล และต้องทดลองซ้ำจนแน่ใจ ก็ใช้เวลาร่วมปี (ราวๆ 18 เดือน) ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างวัคซีนจากอิสราเอล เยอรมันนี หรืออเมริกา ก็ต้องใช้เวลาในการทดลองนานร่วมปีเช่นกัน ดังนั้นเร็วที่สุดก็คือปี 2021 แน่นอน


เราจะทำอย่างไร เมื่อเรายังไม่มีวัคซีน?

วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในตอนนี้ คือการแยกผู้ป่วยออกมารักษาเดี่ยวๆ รักษาประคองตามอาการของแต่ละคน (โดยให้การรักษาแตกต่างกันไป แล้วแต่อาการที่เกิดขึ้น) และระงับการแพร่ระบาดของโรคให้ได้เร็วที่สุด ด้วยการรณรงค์งดกิจกรรมที่อยู่ร่วมกับคนจำนวนมาก คนป่วยใส่หน้ากากป้องกันการแพร่กระจายของละอองน้ำลายจากการไอจาม ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงไวรัสติดเชื้อที่มือแล้วหยิบอาหารเข้าปาก หรือขยี้ตา และรักษาร่างกายให้แข็งแรง เพื่อให้ภูมิต้านทานโรคช่วยปกป้องร่างกายของเราจากเชื้อไวรัสรอบตัว รวมถึงภาครัฐต้องให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนด้านการสาธารณสุขตามที่จำเป็น
เท่านี้ก็น่าจะช่วยให้สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับได้ และสามารถรอคอยวัคซีนอย่างมีความหวังได้ในอนาคต

ad promoth talad advertising advertisement agz ลงโฆษณา ติดต่อ LINE: @kcs7258v